ภาษีโซลาร์รูฟท็อป มีหลักการอย่างไร

ภาษีโซลาร์รูฟท็อป มีหลักการอย่างไร

          คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ยังไม่มีนโยบายในการเรียกเก็บค่าสำรองไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาหรือ โซลาร์รูฟท็อป ประเภทใช้เองในบ้านที่อยู่อาศัยแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ติดตั้งในปริมาณที่ไม่มากนัก ยกเว้นประเภทกลุ่มโรงงาน มหาวิทยาลัยหรือห้างสรรพสินค้าที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาดใหญ่มีจำนวนผู้ประกอบการผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เองเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

          อย่างไรก็ตามการใช้ไฟฟ้าจากการผลิตของโซลาร์รูฟท็อปจะมีการใช้ไฟเฉพาะในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนยังใช้ไฟฟ้าจากระบบตามปกติ หากในอนาคตมีการติดตั้งเป็นจำนวนมากอาจส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้ารวมและต้นทุนค่าไฟของประเทศได้ โดยเรื่องนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของ กกพ.ที่จะทบทวนอัตราค่าไฟฟ้าเพื่อรองรับลักษณะการผลิตและการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมไฟฟ้าของประเทศในอนาคต ทำให้การจัดเก็บค่าสำรองไฟฟ้ากับผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาดใหญ่ต้องเลื่อนออกไปก่อนเป็นระยะเวลา 1–2 ปี ศึกษาหาข้อสรุปที่เหมาะสมตามสถานการณ์การผลิตและความต้องการไฟฟ้าของประเทศ

          จึงพอจะสรุปได้ว่านโยบายของ กกพ.คือจะมีการเรียกเก็บค่าสำรองไฟฟ้ากับผู้ที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาดใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องเก็บแน่นอนแต่จะไม่เรียกเก็บในเวลานี้ โดยต้องรอการศึกษาความเหมาะสมในอีกระยะหนึ่ง  ส่วนประเด็นที่มีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปใช้เองเพิ่มมากขึ้นอาจทำให้รูปแบบและพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนั้นการไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.) จะมีการบริหารจัดการระบบการผลิตไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนควบคู่ไปกับการพัฒนาโรงไฟฟ้าหลักเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของระบบไฟฟ้าในประเทศ

          แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ปี 2558–2579 ได้กำหนดไว้ชัดเจนที่จะมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนทั้งสิ้น 19,684 เมกะวัตต์โดยจะเป็นในส่วนของ กฟผ.ประมาณ 500 เมกะวัตต์ โครงการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล ก๊าซชีวภาพ พลังน้ำขนาดเล็ก ขยะมูลฝอยจากชุมชน พลังงานลม และเซลล์แสงอาทิตย์ อยู่ระหว่างการดำเนินการไปพร้อมกับการสร้างโรงไฟฟ้าหลักนอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมพัฒนาพลังงานทดแทนให้มีความเสถียรไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานหรือ Energy Storage System การพัฒนาระบบสมาร์ทกริดเพื่อช่วยในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า ซึ่งทั้งหมดนี้ตามแผนนโยบายพลังงานของประเทศต้องการให้เกิดระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและอัตราค่าไฟที่เหมาะสมเป็นธรรมกับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกภาคส่วน

          พลังงานไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านคมนาคม การสาธารณสุข อุตสาหกรรม การผลิต เป็นไปตามทิศทางการพัฒนาประเทศไทยแลนด์ 4.0.

อ้างอิง : ไทยรัฐ. โดย หมัดเหล็ก

เว็บไซต์ : https://www.thairath.co.th/content/1032420#cxrecs_s

No Comments Yet.

Leave a comment